ปูนซีเมนต์นั้นเป็นส่วนผสมที่สำคัญของคอนกรีต ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะในการสร้างถนน สะพาน และอาคาร แต่การผลิตปูนซีเมนต์ต้องอาศัยการเผาหินปูน และวัตถุอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยขึ้นสู่บรรยากาศ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้เป็นตัวการสำคัญในการทำให้โลกร้อน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้หนึ่งกำลังดำเนินงานโดยใช้ปูนซีเมนต์สีเขียว ซึ่งสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ที่บริษัทคาเลร่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ๆ คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ ทำงานอยู่ นักวิทยาศาสตร์เอาอากาศผสมกับน้ำทำเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีต อย่างเช่น กรวดขาว และเสาคอนกรีต ซึ่งเพิ่งผ่านการทดสอบว่าทนทานน้ำหนักได้แค่ไหน และยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง
ขณะที่ปูนซีเมนต์ยี่ห้อพอร์ตแลนด์ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยขึ้นสู่บรรยากาศมากขึ้น และปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่าช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไปจากบรรยากาศได้เป็นปริมาณมากทีเดียว สำหรับคาร์บอนแต่ละหน่วยที่ปูนซีเมนต์ยี่ห้อพอร์ตแลนด์ปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ กล่าวว่า ปูนซีเมนต์เขียวจะกักเก็บคาร์บอนออกไปจากบรรยากาศได้สามหน่วย
ปูนซีเมนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเป็นตัวการสำคัญอันดับสาม ที่ทำให้ในบรรยากาศมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เนื่องจากเตาเผาสำหรับทำปูนซิเมนต์เหลวนั้นต้องใช้ความร้อนสูง บริษัทคาเลร่าผลิตปูนซีเมนต์โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูง ทั้งนี้ โดยใช้กรรมวิธีที่จดสิทธิบัตรไว้แล้วซึ่งเลียนแบบวิธีที่ธรรมชาติ ทำให้วัสดุที่แข็งแกร่งทนทานในฟัน กระดูก และเปลือกหอยทะเลงอก
คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ กล่าวว่า เทคโนโลยีของบริษัทของเขามุ่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สถานประกอบอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างเช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงปล่อยออกมา กรรมวิธีที่บริษัทคาเลร่าใช้ก็คือ เอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผสมกับน้ำทะเลรสเค็มจัดและกร่อย หรือผสมกับน้ำเสียจากบริเวณทุ่งน้ำมัน หรือผสมกับน้ำเค็มอื่นๆ กรรมวิธีดังกล่าว ทำให้แร่ต่างๆ ในน้ำผสมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกลายเป็นอนุภาคของหินปูนสังเคราะห์
ผลพลอยได้ก็คือ น้ำที่เค็มจัดนั้นทำให้กลายเป็นน้ำสำหรับดื่มกินได้ง่ายยิ่งขึ้น
บริษัทคาเลร่าทดลองเรื่องทั้งหมดนี้ในห้องแล็บ ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเตรียมดำเนินงานดังกล่าวที่โรงไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณมอสส์ แลนดิ้ง ทางชายฝั่งใกล้กับนครซานฟรานซิสโก
ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า บริษัทคาเลร่ามีแผนจะกักเก็บก๊าซที่ปล่อยออกมาทางปล่องไฟของโรงไฟฟ้าไดเนจี้ ซึ่งใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการขับดันเครื่องกังหันยักษ์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนราวสองล้านคนใช้นั้นให้ได้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ โดยกักเก็บผ่านทางท่อขนาดใหญ่มหึมาที่วางข้ามถนน ไปสู่โรงงานปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่า บริษัทคาเลร่าหวังว่า จะกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาทางปล่องไฟนั้นไว้ร้อยละแปดสิบ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นไว้ในส่วนผสมของซีเมนต์ที่จดสิทธิบัตรไว้แล้วนั้น
คุณจิม ด็อดสัน ผู้จัดการของโรงไฟฟ้าที่บริเวณ มอสส์ แลนดิ้ง คิดว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
กระทรวงพลังงานอเมริกันกำลังแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสะกัดเก็บคาร์บอนที่จะช่วยให้สะกัดเก็บคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตพลังงานนี้ ให้เหลือต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์
คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ แห่งบริษัทคาเลร่า กล่าวว่า วิธีการผลิตปูนซีเมนต์ซึ่งเสียค่าโสหุ้ยต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกันดูแล้วสามารถทำงานได้ดีกว่านั้น ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานไปเปล่าๆ ได้ครึ่งหนึ่ง โดยทำให้การสูญเสียอยู่ในระดับไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เขากล่าวด้วยว่า ลู่ทางที่จะได้กำไรจากปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่านี้ จะชดเชยการที่ผลผลิตของโรงไฟฟ้าลดลงนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และยังจะลดสิ่งที่พลอยโดนปล่อยออกมาด้วยนั้นหมดสิ้นไป
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตปูนซีเมนต์แบบเดิมๆ รวมทั้งคุณสตีฟ รีจิส รองประธานบริษัทแคล-พอร์ตแลนด์ ซีเมนต์ ยังไม่เชื่อเรื่องนั้น เพราะยังไม่เห็นหลักฐานใดๆ แต่คุณสตีฟ รีจิส ต้องการให้กักเก็บคาร์บอนให้ได้มากขึ้น และอุตสาหกรรมคอนกรีตมีความกระตือรือร้นที่จะตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทคาเลร่า.
อ้างอิง : http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?t=23494

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น