อ้างอิง : http://www.vcharkarn.com/varticle/40280
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
คำถามร้อนๆ กับนักธรณีวิทยา
อ้างอิง : http://www.vcharkarn.com/varticle/40280
ภัยผู้หญิงของนักศึกษาฝึกงาน
จากข่าวดังที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ กับนายจ้างและรุ่นพี่ที่ร่วมงานด้วยกัน ทำพฤติกรรมหัวงู พยายามจีบหรือเอาใจนักศึกษาฝึกงานเกินขนาด หรือแม้แต่บางคนโชคร้ายโดนหลอกลวงจนเสียใจมาแล้วมากมาย ทางที่ดีน้องๆ นักศึกษาฝึกงานทั้งหลายต้องระวังและเตรียมตัวไว้ดังนี้
แต่งกายรัดกุม
แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาที่รัดกุม ใส่เสื้อพอดีตัว และใส่กระโปรงยาวพอสมควร อย่าแต่งกายแบบเน้นทรวดทรงรูปร่างมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิริยาท่าทางไม่ควรนั่งไขว่ห้าง จนสามารถมองเห็นช่องว่างระหว่างกระโปรงหรือเวลาก้มให้ปิดช่วงคอเสื้อไว้ จะทำให้น้องๆ ปลอดภัยจากสายตาบ้ากามมากขึ้น
อย่ามองโลกในแง่ดี
อย่าคิดว่าการแตะเนื้อต้องตัว คุยเล่นหยอกล้อ ตีสนิทหรือการที่มีพี่ๆ บางคนบริการพิเศษให้เป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะธรรมชาติของผู้ชายหว่านพืชมักหวังผล อย่าหลงให้พวกพี่ๆ ไปส่งบ้าน หรือไปกินเลี้ยงบริษัทในตอนกลางคืนโดยไม่มีพี่ๆ ผู้หญิงไปด้วย หรือควรปลีกตัวกลับก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก
เว้นการทำงานสองต่อสอง
ห้ามน้องๆ อยู่ทำงานสองต่อสองกับรุ่นพี่ชายเด็ดขาดโดยให้เลี่ยงหรือชวนเพื่อนเข้าไปนั่งด้วย หากจำเป็นจริงๆ ให้เปิดประตูห้องไว้ และอยู่ใกล้ประตูให้มากที่สุด ที่สำคัญถ้าต้องไปทำงานต่างจังหวัด แล้วไม่มีพี่ๆ ผู้หญิงร่วมงานหรือเพื่อนๆ ที่ฝึกงานด้วยกันให้หลีกเลี่ยงดีกว่า
ให้พี่ชายมารับ
น้องๆ อาจจะต้องเล่นละครสักนิดว่ามีเพื่อนชายแล้วอาจจะสมมติเป็นตำรวจหรือทหารที่สามารถเล่นงานพวกรุ่นพี่หัวงูได้ เพื่อปกป้องตัวเองไปในตัว หรืออาจจะให้น้องชายหรือพี่ชายมารับกลับบ้านบ้างเป็นบางครั้ง แสดงให้รู้ว่าเราระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
หากถูกลวนลามควรแจ้งมหาวิทยาลัย
ทางมหาวิทยาลัยและอาจารย์ที่ปรึกษา มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลนักศึกษาที่เข้าฝึกงานในแต่ละสถานที่อยู่แล้ว ดังนั้น หากเกิดอะไรที่ไม่ชอบมาพากล น้องๆ ควรให้เพื่อนๆ แอบถ่ายคลิปหรืออัดเสียงระหว่างที่ถูกบรรดาพี่ๆ หัวงูพยายามจะลวนลาม ให้เป็นหลักฐานเอาผิดและทำเรื่องย้ายสถานที่ฝึกงานทันที
อ้างอิง :http://www.konmun.com/Variety/id4987.aspx
นักประดิษฐ์อเมริกันผลิตปูนซีเมนต์ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม
ปูนซีเมนต์นั้นเป็นส่วนผสมที่สำคัญของคอนกรีต ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะในการสร้างถนน สะพาน และอาคาร แต่การผลิตปูนซีเมนต์ต้องอาศัยการเผาหินปูน และวัตถุอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยขึ้นสู่บรรยากาศ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้เป็นตัวการสำคัญในการทำให้โลกร้อน นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้หนึ่งกำลังดำเนินงานโดยใช้ปูนซีเมนต์สีเขียว ซึ่งสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ที่บริษัทคาเลร่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ๆ คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ ทำงานอยู่ นักวิทยาศาสตร์เอาอากาศผสมกับน้ำทำเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีต อย่างเช่น กรวดขาว และเสาคอนกรีต ซึ่งเพิ่งผ่านการทดสอบว่าทนทานน้ำหนักได้แค่ไหน และยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง
ขณะที่ปูนซีเมนต์ยี่ห้อพอร์ตแลนด์ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยขึ้นสู่บรรยากาศมากขึ้น และปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่าช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไปจากบรรยากาศได้เป็นปริมาณมากทีเดียว สำหรับคาร์บอนแต่ละหน่วยที่ปูนซีเมนต์ยี่ห้อพอร์ตแลนด์ปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ กล่าวว่า ปูนซีเมนต์เขียวจะกักเก็บคาร์บอนออกไปจากบรรยากาศได้สามหน่วย
ปูนซีเมนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเป็นตัวการสำคัญอันดับสาม ที่ทำให้ในบรรยากาศมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เนื่องจากเตาเผาสำหรับทำปูนซิเมนต์เหลวนั้นต้องใช้ความร้อนสูง บริษัทคาเลร่าผลิตปูนซีเมนต์โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูง ทั้งนี้ โดยใช้กรรมวิธีที่จดสิทธิบัตรไว้แล้วซึ่งเลียนแบบวิธีที่ธรรมชาติ ทำให้วัสดุที่แข็งแกร่งทนทานในฟัน กระดูก และเปลือกหอยทะเลงอก
คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ กล่าวว่า เทคโนโลยีของบริษัทของเขามุ่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สถานประกอบอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างเช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงปล่อยออกมา กรรมวิธีที่บริษัทคาเลร่าใช้ก็คือ เอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผสมกับน้ำทะเลรสเค็มจัดและกร่อย หรือผสมกับน้ำเสียจากบริเวณทุ่งน้ำมัน หรือผสมกับน้ำเค็มอื่นๆ กรรมวิธีดังกล่าว ทำให้แร่ต่างๆ ในน้ำผสมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกลายเป็นอนุภาคของหินปูนสังเคราะห์
ผลพลอยได้ก็คือ น้ำที่เค็มจัดนั้นทำให้กลายเป็นน้ำสำหรับดื่มกินได้ง่ายยิ่งขึ้น
บริษัทคาเลร่าทดลองเรื่องทั้งหมดนี้ในห้องแล็บ ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเตรียมดำเนินงานดังกล่าวที่โรงไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณมอสส์ แลนดิ้ง ทางชายฝั่งใกล้กับนครซานฟรานซิสโก
ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า บริษัทคาเลร่ามีแผนจะกักเก็บก๊าซที่ปล่อยออกมาทางปล่องไฟของโรงไฟฟ้าไดเนจี้ ซึ่งใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการขับดันเครื่องกังหันยักษ์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนราวสองล้านคนใช้นั้นให้ได้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ โดยกักเก็บผ่านทางท่อขนาดใหญ่มหึมาที่วางข้ามถนน ไปสู่โรงงานปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่า บริษัทคาเลร่าหวังว่า จะกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาทางปล่องไฟนั้นไว้ร้อยละแปดสิบ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นไว้ในส่วนผสมของซีเมนต์ที่จดสิทธิบัตรไว้แล้วนั้น
คุณจิม ด็อดสัน ผู้จัดการของโรงไฟฟ้าที่บริเวณ มอสส์ แลนดิ้ง คิดว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
กระทรวงพลังงานอเมริกันกำลังแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสะกัดเก็บคาร์บอนที่จะช่วยให้สะกัดเก็บคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตพลังงานนี้ ให้เหลือต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์
คุณเบรนท์ คอนสแตนท์ซ แห่งบริษัทคาเลร่า กล่าวว่า วิธีการผลิตปูนซีเมนต์ซึ่งเสียค่าโสหุ้ยต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกันดูแล้วสามารถทำงานได้ดีกว่านั้น ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานไปเปล่าๆ ได้ครึ่งหนึ่ง โดยทำให้การสูญเสียอยู่ในระดับไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เขากล่าวด้วยว่า ลู่ทางที่จะได้กำไรจากปูนซีเมนต์เขียวของบริษัทคาเลร่านี้ จะชดเชยการที่ผลผลิตของโรงไฟฟ้าลดลงนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และยังจะลดสิ่งที่พลอยโดนปล่อยออกมาด้วยนั้นหมดสิ้นไป
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตปูนซีเมนต์แบบเดิมๆ รวมทั้งคุณสตีฟ รีจิส รองประธานบริษัทแคล-พอร์ตแลนด์ ซีเมนต์ ยังไม่เชื่อเรื่องนั้น เพราะยังไม่เห็นหลักฐานใดๆ แต่คุณสตีฟ รีจิส ต้องการให้กักเก็บคาร์บอนให้ได้มากขึ้น และอุตสาหกรรมคอนกรีตมีความกระตือรือร้นที่จะตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทคาเลร่า.
อ้างอิง : http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?t=23494
คำอฐิษฐานจิตประจำวัน
บุญใด ที่ข้าพเจ้าใด้ทำในบัดนี้ เพราะบุญนั้น และการอุทิศแผ่ส่วนบุญนั้น ขอให้ข้าพเจ้า ทำให้แจ้ง โลกุตตระธรรม ๙ ในทันที ข้าพเจ้า เป็นผู้อาภัพอยู่ ยังต้องท่องเที่ยวไป ในวัฏฏสงสาร
ขอให้ข้าพเจ้า เป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงแท้ ได้รับพยากรณ์ แต่พระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ถึงฐานะ แห่งความอาภัพ ๑๘ ประการ
ขอให้ข้าพเจ้า พึงเว้นจากเวรทั้ง ๕ พึงยินดีในการรักษาศีล ไม่เกาะเกี่ยวในกามคุณทั้ง ๕ พึงเว้นจากเปลือกตมดังกล่าว คือ กามคุณ
ขอให้ข้าพเจ้า ไม่พึงประกอบด้วย ทิฏฐิชั่ว พึงประกอบด้วย ทิฏฐิที่ดีงาม ไม่พึงคบมิตรชั่ว พึงคบแต่บัณฑิตทุกเมื่อ
ขอให้ข้าพเจ้า เป็นบ่อที่เกิดแห่งคุณ คือ ศรัทธา สติ หริ โอตัปปะ ความเพียร และขันติ พึงเป็นผู้ที่ ศัตรูครอบงำไม่ได้ ไม่เป็นคนเขลา คนหลงงมงาย
ขอให้ข้าพเจ้า เป็นผู้ฉลาดในอุบาย แห่งความเสื่อม และความเจริญ เป็นผู้เฉียบแหลม ในอรรถและธรรม ขอให้ญาณของข้าพเจ้า เป็นไปไม่ข้องขัด ในธรรมะที่ควรรู้ ประดุจลมพัดไปในอากาศฉะนั้นความปราถนาใดๆ ของข้าพเจ้า ที่เป็นกุศล ขอให้สำเร็จ โดยง่ายทุกเมื่อ คุณที่ข้าพเจ้า กล่าวมาแล้วทั้งปวงนี้ จงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้า ทุกภพทุกชาติ เมื่อใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสดงธรรมเครื่องพ้นทุกข์ เกิดขึ้นแล้วในโลก เมื่อนั้น ขอให้ข้าพเจ้า พ้นจากกรรมอันชั่วช้าทั้งหลาย เป็นผู้ได้โอกาส แห่งการบรรลุธรรม
ขอให้ข้าพเจ้า พึงได้ความเป็นมนุษย์ ได้เพศบริสุทธิ์ ได้บรรพชา อุปสมบทแล้ว เป็นคนรักศีล มีศีล ทรงไว้ซึ่งพระศาสนา ของพระบรมศาสดา
ขอใด้เป็นผู้มีการปฏิบัติธรรมได้ โดยสะดวก ตรัสรู้ได้พลัน กระทำให้แจ้ง ซึ่งอรหัตผลอันเลิศ อันประกอบด้วยธรรมะ มีวิชชา เป็นต้น
ถ้าหากพระพุทธเจ้า ไม่บังเกิดขึ้น แต่กุศลธรรม ของข้าพเจ้า เต็มเปี่ยมแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้ข้าพเจ้า พึงได้ญาณ เป็นเครื่องรู้เฉพาะตน อันสูงสุดเทอญฯ
อ้างอิง : http://www.numsai.com/
'แพทย์' แนะอบสมุนไพรให้ถูกวิธี
ทุกวันนี้บรรดาคนรักสุขภาพทั้งหลายต่างใส่ใจและสนใจศาสตร์การแพทย์ทางเลือกมากขึ้น การอบสมุนไพรก็เป็นอย่างหนึ่งที่อยู่ในความนิยม ปัจจุบันซาวน่า สปา โรงแรม โรงพยาบาล แม้กระทั่งสถานบริการการออกกำลังกายหลายแห่งก็เปิดบริการอบสมุนไพรเพื่อตอบโจทย์ความนิยมในส่วนนี้ ทว่าการอบสมุนไพรที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรคำนึงเพราะเป็นเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยโดยตรง
นพ.สญชัย วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกล่าวว่า ปัจจุบันการอบสมุนไพรเป็นที่นิยมสำหรับคนที่สนใจการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย มักใช้กับบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและสตรีหลังคลอด ซึ่งจะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดี ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น และการอบสมุนไพรที่ร้อนและทำให้เหงื่อออกนั้น ก็เป็นการขับสารพิษออกมาทางเหงื่อด้วย
"ส่วนใหญ่สมุนไพรที่ใช้ในการอบจะมี 4 กลุ่ม คือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ,สมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อชำระสิ่งสกปรกที่ผิวหนัง,สมุนไพรที่เป็นสารประกอบระเหิดได้ เมื่อผ่านความร้อน มีกลิ่นหอม บำรุงหัวใจ และสมุนไพรที่ใช้รักษาเฉพาะโรคและอาการ เช่น สมุนไพรแก้ปวดเมื่อยและบำรุงเส้นเอ็น"
นพ.สญชัย อธิบายต่อว่า จุดสำคัญที่สุดของการอบสมุนไพรคือต้องเป็นไปอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยและได้ผลด้านการบำบัดรักษาอาการต่างๆการอบแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาประมาณครั้งละ 30 นาที โดยทุก 15 นาทีต้องออกมาพัก 1 ครั้ง (3-5 นาที) หรือกรณีการอบครั้งแรกร่างกายยังไม่เคยชิน อาจจะเปลี่ยนเป็นรอบละ 10 นาที รวม 3 ครั้ง และต้องดื่มน้ำทดแทนส่วนที่สูญเสียระหว่างการอบให้เพียงพอ นอกจากนี้ระบบการถ่ายเทอากาศต้องสะดวก ความร้อนอยู่ในอุณหภูมิ ที่พอเหมาะคือ 42 – 45 องศาเซลเซียส
กูรูด้านแพทย์แผนไทยรายนี้ให้ข้อมูลของห้องอบสมุนไพรที่ได้มาตรฐานว่า ขนาดห้อง ควรมีขนาดกว้าง 1.9 เมตร ยาว 1.9 เมตร สูง 2.3 เมตร เพื่อไม่ให้คับแคบเกินไปสามารถให้บริการได้ครั้งละ 3 – 4 คน พื้นและฝาผนัง ควรเป็นพื้นปูนขัดหน้าเรียบ ช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาด หรืออาจบุด้วยกระเบื้องเคลือบ ช่วยให้สวยงามและทำความสะอาดได้ง่ายเช่นกัน ประตูห้อง ควรเป็นแบบเปิดออก ปิดมิดชิดแต่ไม่มีการล็อคกลอนจากด้านในอาจเจาะเป็นช่องกระจกที่สามารถมองจากภายนอกเห็นภายในห้องได้ ต้องมีเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ ภายในห้องอบอุณหภูมิ 42 – 45 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถตรวจสอบอุณหภูมิได้ที่ภายนอกห้อง มีนาฬิกาจับเวลาซึ่งสามารถตั้งเวลาได้ มี เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความดันโลหิตและปรอทวัดไข้
นพ.สญชัยเน้นว่าในบางกรณีข้อจำกัดทางสุขภาพก็ทำให้ไม่สามารถอบสมุนไพรได้ อาทิ มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคต่างๆ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงทุกชนิด สตรีขณะมีประจำเดือนร่วมกับมีอาการไข้ และปวดศีรษะร่วมด้วย มีการอักเสบจากบาดแผลต่างๆ อ่อนเพลีย อดนอน อดอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ ปวดศีรษะชนิดเวียนศีรษะ คลื่นไส้
"ส่วนผู้ที่มีมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคไต โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคหอบหืด ระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง ในรายที่มีความดันโลหิตสูงไม่เกิน 180 /110มิลลิเมตรปรอท อาจให้อบได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด"
อ้างอิง : http://www.thaihealth.or.th/node/14246
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
